การรื้อถอนบ้านในปี 2567 ยังคงอ้างอิงหลักเกณฑ์ตาม
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นหลัก โดยมีการเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการขออนุญาตที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงและข้อบัญญัติท้องถิ่น
1. กรณีที่ต้องขออนุญาตรื้อถอน
ตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร การรื้อถอนในลักษณะดังต่อไปนี้ “ต้อง” ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เช่น เขต หรือ เทศบาล):
- อาคารสูงเกิน 15 เมตร: และตั้งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคารนั้น
- ระยะห่างไม่พอ: อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่า 2 เมตร
2. เอกสารที่ต้องเตรียม (ปี 2567)
ในการยื่นขออนุญาตรื้อถอน คุณต้องเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้:
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอ
- สำเนาโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งอาคาร
- หนังสือรับรองจากวิศวกร: สำหรับอาคารขนาดใหญ่ เพื่อยืนยันขั้นตอนวิธีการรื้อถอนและมาตรการป้องกันวัสดุร่วงหล่น
- แบบฟอร์มคำขอ: ใช้แบบ น.1 สำหรับการขอใบอนุญาตรื้อถอนอาคาร
3. มาตรการความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
กฎหมายกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง:
- การติดตั้งสิ่งป้องกัน: สำหรับอาคารสูง (10 เมตรขึ้นไป) หรืออาคารที่ชิดเขตทางสาธารณะ ต้องมีแผงป้องกันวัสดุร่วงหล่น
- การควบคุมฝุ่นและเสียง: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ท้องถิ่นกำหนด เพื่อไม่ให้รบกวนชุมชน
4. ค่าธรรมเนียมและการต่ออายุ
- ค่าธรรมเนียม: สำหรับอาคารทั่วไปมักคิดตามพื้นที่ เช่น ตารางเมตรละไม่กี่บาทตามที่กฎกระทรวงกำหนด
- การต่ออายุใบอนุญาต: หากรื้อถอนไม่เสร็จตามกำหนดในใบอนุญาต ต้องยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบเดิมสิ้นอายุ
5. บทลงโทษหากฝ่าฝืน
การรื้อถอนโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกสั่งให้หยุดการกระทำหรือรื้อถอนส่วนที่ผิดกฎหมายออกไป
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือการยื่นคำร้อง คุณสามารถติดต่อ กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือสำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่
คุณต้องการทราบ ขั้นตอนการยื่นคำขอออนไลน์ หรือ รายชื่อบริษัทรับรื้อถอน ที่ถูกกฎหมายในพื้นที่ของคุณเพิ่มเติมไหมครับ?


